Sonos Beam หรือ Playbar หรือ Playbase อะไรดี?

Sonos Beam ซาวด์บาร์ใหม่ล่าสุดจาก Sonos ได้ออกมาเรียบร้อยแล้ว จะเจ๋งแค่ไหนมาลองดูกัน

ที่เห็นได้ชัดสุดคือความบางภายนอก และมีราคาถูกกว่า playbar รุ่นก่อนหน้าอีก ในเรื่องของคุณสมบัติการ stream เพลง และระบบ multi-room ก็ยังมีมาด้วยเหมือนเดิม แถมยังควบคุมผ่านเสียงได้ ที่สำคัญรองรับ HDMI แล้วนะ เพื่อนๆ เริ่มมีคำถามแล้วใช่ไหมว่า มีครบทุกอย่างแบบนี้ จะจ่ายเพิ่มให้ Playbar และ Playbase ทำไม? เรามาหาคำตอบด้วยกันครับ

การออกแบบ

Sonos Beam คือลำโพง TV ที่มีขนาดเล็กมาก โดยกว้าง 65 เซ็นติเมตร ลึก 10 เซ็นติเมตร และสูงเพียง 7 เซ็นติเมตร ทำให้วางไว้หน้าทีวีได้ง่ายๆ ไม่เกะกะ หากต้องการแขวนติดผนังก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะมีน้ำหนักเพียง 2.8 กิโลกรัม ไม่ใช่แค่เรื่องของขนาด ในส่วนของลักษณะภายนอกยังดูดีกว่า Playbar ด้วยซ้ำ

Sonos playbar นับว่าเป็นลำโพง tv ที่ดูไม่ค่อยดึงดูดเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะออกมานานหรือป่าวนะ ด้วยความกว้างอยู่ที่ 90 เซ็นติเมตร มีน้ำหนักถึง 5.4 กิโลกรัม ทั้งหนักและใหญ่ แถมดีไซน์ก็ยังดูแปลกๆ เป็นแนวตั้ง ถ้าไม่ได้ยึดติดกับกำแพงแล้วเดินมาชน มีโอกาสล้มเอาง่ายๆ

ถ้าเพื่อนๆคิดว่าไม่ได้นำลำโพง TV มาแขวนกับผนัง Soundplusone ขอแนะนำ Sonos Playbase อย่างที่ชื่อบอกเลย มันคือ Soundbase ไม่ใช่ Soundbar ซึ่งหมายความว่า ถูกออกแบบมาให้ใช้กับทีวี

ความสามารถ

 

ทั้งสามรุ่นนี้ มีความสามารถที่เหมือนกันคือ 

  • Stream เพลงออนไลน์จากผู้ให้บริการ เช่น Spotify
  • เทคโนโลยี Multi-room 
  • เพิ่มลำโพงอื่นๆได้ เช่น Sonos play one ให้เสียง surround 
  • เพิ่ม Subwoofer ได้

ถึงแม้ว่า Sonos beam จะมีราคาถูกที่สุด แต่ในเรื่องความสามารถกลับมีมากสุด เช่น ควบคุมด้วยเสียง ด้วย Alexa, Google หรือใช้ Siri 

การเชื่อมต่อกับ TV รุ่น Playbar และ Playbase ต้องเชื่อมต่อผ่านสาย Optical แต่ Beam เลือกเชื่อมต่อได้ทั้ง HDMI ARC หรือ Optical

สำหรับเทคโนโลยี AirPlay2 สามารถใช้ได้ใน Beam และ Playbase ซึ่งทำให้มีความสามารถสร้างระบบ Multi-room ด้วยลำโพงหลากหลายแบรนด์ ส่วน Playbar เป็นรุ่นเก่าแล้ว (ออกมากว่า 5 ปี) ทำให้ไม่มีเทคโนโลยี AirPlay2 

คุณภาพเสียง 

ความแตกต่างของรูปร่างและขนาด แน่นอนว่าภายในมันต้องแตกต่างกันแน่ๆ

Sonos Beam ภายในนั้นมี Driver ขับเคลื่อนน้อยกว่า 2 รุ่นที่เหลือ คือ

  • 1 tweeter
  • 4 full-range 
  • woofers พร้อมด้วย ช่องปล่อยเบส 3 ทิศทาง

Playbar และ Playbase มี drive ถึง 9 ตัว คือ

  • 1 amplified
  • 3 tweeters
  • 6 midrange drivers

สำหรับ Playbase  มี Woofer แบบ S-shaped ที่ให้เสียงเบสได้หนักยิ่งขึ้น

พูดถึงความแตกต่างของ Driver มีผลชัดเจนสำหรับลำโพง Sonos ที่ให้เสียงเป็นเอกลักษณ์ในแบบ ชัดเจน ในทุกๆย่านเสียง อย่างพอดี พร้อมด้วยจังหวะการปล่อยคลื่นเสียง และเสียงกลางที่เป็นธรรมชาติ 

เป็นเรื่องยากครับที่ลำโพงคู่แข่งแบรนด์อื่นๆจะเทียบเท่าหรือลอกเลียนแบบเสียงของ Sonos

คุณภาพเสียงของ Sonos Beam อาจทำให้เพื่อนๆทึ่งได้ถึงขนาดที่เล็กของมัน แต่สามารถเติมเต็มให้ห้องขนาดเล็ก ถึง ขนาดกลาง ด้วยเบสที่ลึกและเป็นเอกลักษณ์

Sonos Playbar ด้วยน้ำหนักที่หนักและขนาดที่ใหญ่ เติมเต็มห้องขนาดใหญ่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ให้เสียเบสที่หนักแน่นกว่า Beam และ ให้เบสลึกกว่า Playbase

Sonos Playbase แม้ว่าจำนวน Driver จะเท่ากับ Playbar แต่คุณภาพเสียงโดยรวมแล้วยังสู้ Playbar ไม่ได้ 

ตัดสิน

การเลือก Playbar หรือ Playbase ขึ้นอยู่กับคุณต้องการติดตั้งลำโพงแบบไหนเป็นหลัก ถ้าต้องการติดไว้กับผนัง Playbar ก็จะเหมาะมากกว่า แต่หากต้องการวางไว้ใต้ TV ก็ควรเลือก Playbase แทน อย่างไรก็ตาม Playbar ก็ยังขาดคุณสมบัติ Airplay 2 

Sonos Beam ให้เสียงที่มีเอกลักษณ์ เมื่อเทียบกับขนาด แถมยังมีเทคโนโลยีและฟีเจอร์เพียบพร้อม หากเพื่อนๆ ไม่ได้ติดตั้งในห้องที่มีขนาดใหญ่มาก ตัวเลือก Beam คือเหมาะสมที่สุดแล้ว


Leave a Comment